วันหยุดเข้าพรรษา ที่ผ่านมาเนี่ย ทีแรกว่าจะนอนเล่น ไม่ไปไหนแล้ว แต่คุย แหย่แม่เล่นว่า ไปเที่ยว Safari World กันมั้ย.. แม่บอกว่า ไปสิ.. สงสัย ช่วงนี้ คุณลูกชวนเที่ยวบ่อย ชวนไปไหน ไปหมดเลย อิอิ ... แต่ก็ข้องใจจัง ว่าทำไมไปไหนมาไหน ถึงชอบแต่ไปดูสัตว์จัง.. เอามาลงกี่ทีๆ ก็ไปเที่ยวแต่สวนสัตว์ อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ eiei เป็นว่าออกจากบ้าน กว่าจะไปถึงก็ เที่ยงได้ละมั้ง .. หลายๆท่านคงเคยไปกันมาแล้ว ... ที่นี่ แบ่งเป็น 2 Zone หลักๆ ก็เป็น Zone ของ Safari Park ให้เราขับรถเข้าไปเที่ยวได้ แล้วก็ Zone ของ Marine Park ที่เป็นส่วนที่เราเข้าไปดูโชว์แสดงต่างๆ แล้วก็มี สัตว์ต่างๆ ให้เดินดูเหมือนสวนสัตว์ทั่วไป .. เคยมาสัก 3-4 ครั้งได้ แต่นานมาแล้ว แต่ครั้งนี้ รู้สึก Happy กว่าทุกครั้ง เพราะไม่ต้องจ่ายค่าเข้าเอง ต่อคนนี่ ประมาณ 470 บาทมั้ง จำไม่ได้ 555 จะว่าแพงก็แพงอยู่ แต่คิดว่า เผื่อเป็นค่าอาหารสัตว์ก็โอเคอยู่นะ~ ไม่งั้นคงเป็นแบบก่อนหน้านี้ ที่มีข่าว Safari ที่เมืองกาญฯ ... เริ่มต้นเข้าไปทางฝั่งของ Safari Park ที่ขับรถเข้าไปเอง... ก่อน มีสัตว์มาต้อนรับหลังจากผ่านทางเข้ามานิดนึง เหลือบทางซ้ายมือ เจอก่อนเลย.. พี่ม้าลาย~

น่าจะเป็น นกกาบบัว.. รู้แต่ว่า เป็นนกที่น่าเกลียดมากๆ -*-

 

นี่ชักจะแก่ๆละ

Pelican หน้าตาน่ากลัวมะ~

 

จำได้ว่า กี่ครั้งๆที่มาเที่ยวเนี่ย เห็นแต่พื้นที่แล้งๆ แต่งวดนี้ มีสีเขียวเยอะหน่อย เลยน่าไปขึ้น~ แล้วก็ไม่ค่อยเหม็นมากแล้วด้วย

 

พี่แรดๆ วันๆเอาแต่คลุกขี้โคลนๆ

 

นกกระเรียนหงอนพู่ ชอบตัวนี้สุดแระ
~

 

พี่อูฐขี้นินทาๆ

เพิ่งเคยเห็นตรงนี้ เพิ่งสร้างไม่นานล่ะมั้ง
Safari Terrace แต่ก่อน พวกยีราฟ จะอยู่แถวๆทางเข้าตลอด แต่นี่มันแต่ไปหาของกิน...

 

จากตรงนี้ก็จบ Zone แรกละ~ เข้าสู่ Zone เก้ง กวาง เลียงผา บ้าบอ เต็มไปหมด~ ^^

 

เห็นเจ้าตัวนี้แล้ว ตกใจ น่าสงสารมากๆ.. เลือดเต็มไปหมดเลย ไม่รู้ทำไม.. น่าจะเพราะเขางอกแล้ว...

คัน มานเลยต้องทำแบบนี้รึเปล่า..? ยิ่งคัน ยิ่งมัน เลือดยิ่งซิบ

 

ต่อมาอีกนิด เจอพี่เขาเบิ้ม..

 

ระหว่างจอดๆถ่ายรูปอยู่ดีๆ มีเสียงอะไรด้านหลังหว่า... ฟึดฟัดๆ สักพัก ก็มาขวิดกันใหญ่

 มีแผนกไล่ไทยมุง... พี่แกเล่นวิ่งไล่ ตัวที่อยู่แถวๆนั้นหนีกระเจิงไปหมด... เลยต้องหนีมั่ง เดี๋ยวโดนลูกหลง อิอิ

เลยผ่านมาเจอพี่หล่อ .. นี่ตัวไรหว่า... เรียกผิดเรียกถูกไปหมด เขาสวยดี
~ ^^

 

เจอแม่ลูกคู่นึง น่ารักมากๆ~ ^^ ตัวแม่ พยายามยิ้มให้สุดฤทธิ์

 

พ้นจากที่นี่มา ก็เป็น zone อันตรายละ คือ ห้ามลงจากรถ ห้ามเปิดหน้าต่าง... ก่อนจะเข้าก็นึกถึง Jurassic Park เลย... เป็นประตูกรงเหล็กเลื่อน 2 ชั้น มองไปข้างบนเหมือนเป็นหอคอยอะไรสักอย่างที่มีคนคุมล่ะมั้ง ดูรกร้างเกิน -*- ก็ไม่มีอะไร หลักๆก็มีแค่เสือ

 

แล้วก็ สิงโตขี้เกียจ วันๆกินๆนอนๆ เช้าๆมีโชว์ให้อาหาร นอนนั้นก็ไม่เห็นทำไรกัน นอน ซะส่วนใหญ่ แล้วก็ลงไปแช่น้ำแก้ร้อน แต่เห็นรูปนี้ หมดคราบซะ เหมือนลูกหมาที่บ้านเลย อิอิ

มีแค่นี้ล่ะ สำหรับ Zone ที่ขับรถเข้าไปได้ ระหว่างกำลังออกมา เห็นครอบครัวนกยูง เห็นแล้วนึกว่า ลูกเจี๊ยบที่โตแล้วซะอีก อิอิ เกิดมาเพิ่งเคยเห็น

 

ส่วนใน Zone Marine Park ที่มีโชว์ก็ไม่ได้ดูอะไรมาก.. ได้ดูแค่ปลาโลมาแค่นั้นเอง เพราะฝนจะตกละ นอกนั้นก็เบื่อๆ แต่ก่อนหน้าที่จะเริ่มโชว์ มีโชว์ระบำแขก เนื่องจากมี นักท่องเที่ยวที่เป็นแขก สัก 60% ของคนที่เข้ามาดู พี่แกเลยเปิดเพลง แขก Dance กันใหญ่ เกือบจะเป็นลม เพราะกลิ่นตาบู เนี่ยแระ 

 กว่าจะจบ... เคยดูแบบนี้กี่รอบแล้วก็ไม่รู้ เดินต่อมา มาดูพี่หมี PolarBear ฮาดีเหมือนกัน มีทั้งชั้นบน แล้วก็ ชั้นล่าง... ปกติ ก็จะนั่งดูกันอยู่ข้างล่างนี่แหละ แต่นี่ข้างบนเค้ามีคนให้อาหารอยู่พอดี ประมาณว่า ต้องให้หมี แตะลูกบอลสีแดง เค้าถึงจะโยนอาหารให้ ..

 

เดินต่อๆ ให้ทาย ตัวอะไร~ ลิ้นยาวค่อดๆ

เป็นส่วนของ Safari Terrace ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ที่เห็นจากด้านนอกน่ะแหละ .. ตัวคอสั้นนี่น่าสงสารมากๆ -*- มีให้อาหารถังละ 40 บาท

 

เดินเลาะต่อมาเรื่อยๆ ถึงที่เค้าโชว์ช้าง แต่ตอนนี้เค้าไม่ใช่เวลาโชว์แล้ว..

 

อยู่ตรงข้างๆกะบ่อของเจ้าตัวนี้...

 

เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน สงสัยเปิดใหม่ Egg World เป็นที่ เพาะนก มีให้ดูตั้งแต่ ออกจากไข่ ตัวเป็นๆนะ ดิ้นอยู่ ดุ๊กๆๆๆๆ

พอเริ่ม 20 วันอัพ ตัวยิ่งโตขึ้นๆ เหมือนไก่ย่าง กำลังชุบแป้ง

ประมาณเกือบๆเดือนนึง ก็ตัวประมาณนี้ละ

เกือบๆจะโตเต็มที่ก็ประมาณ
2 เดือนได้..  

จบละ ฝนตกพอดี อิอิ กลับบ้าน~ ผ่านไปอีกวัน สำหรับวันหยุด อิอิ

 

 

เสาร์ที่แล้ว หนีงาน พาแม่ไปเที่ยว มา ที่ อ.เทพสถิตย์ จ.ชัยภูมิ ที่นั่นมี อุทยานแห่งชาติป่าหินงามอยู่ ที่นี่ จะมีคนมาเที่ยว เพราะทุ่งกระเจียว ที่จะมีในช่วง ปลายๆ มิ.ย. - ส.ค. แต่ปีนี้ เห็นเค้าบอกว่า ปีนี้ ฝนแยะ เลยงามไว..  ออกเดินทาง จากกรุงเทพ แวะโน่นแวะนี่ไปเรื่อย ประมาณเกือบๆเที่ยง จนถึงที่ ป่าหินงาม สักบ่าย 3 ได้ แต่ถ่ายรูปออกมา จากที่ถ่ายไม่สวยอยู่แล้ว แสงยิ่งแข็งหนักเข้าไปใหญ่ ย้อนแสงเต็มๆ แสงแฟลชกระจ้อยร่อย มิอาจสู้ได้ ดี ที่พักอยู่ห่างจาก อุทยานไม่กี่ กม. ตอนเช้าเลยได้มาอีกรอบนึง.. ^^

เริ่มต้น จอดรถปุ๊บ เดินต๊อกๆๆๆ มาที่หน้าป้าย Welcome ก่อนเลย

 

เดินเข้ามา จ่ายค่าเข้าอุทยานคนละ 20 B. เดินต่อเข้ามาอีกนิด ทางด้านขวามือ ก็จะมีให้ส่ง Postcard ที่ตู้นี้ ส่งไปหาใครก็ได้~ ^^

ฝั่งตรงข้ามจะมีคิวให้ต่อ แล้วจ่ายตัง 20 บาทเพื่อที่จะขึ้นรถแบบนี้ ไปตามจุดต่างๆที่ทาง อุทยานจัดให้... ช่วงนี้เค้าจะไม่ให้เอารถเข้าไปเอง เพราะคนเยอะมากๆ จนกระทั่ง 5 โมงเย็นสำหรับคนที่จะไปกางเตนท์

ระหว่างทางที่รถแล่นมาจะเห็นกระเจียวขึ้นหรอมแหรม ไปเรื่อยๆ จุดแรกที่จะไปจอด ก็คือ ผาสุดแผ่นดิน จะมีทางเลือกให้ไป 4 เส้นทาง... ทางแรกก็คือ เดินย้อนกลับไปทางที่รถวิ่งขึ้นมา 555 , ทางที่สอง คือ เดินขึ้นไปต่อไปที่หน้าผาสุดแผ่นดิน, ทางที่ 3 คือ ทางที่เดินไปตามทางเดินป่า เลาะเขาไปเรื่อยๆ ย้อนไปยังทุ่งกระเจียวทุ่งใหญ่ ส่วนทางสุดท้ายก็คือทางนี้ แต่ขี้เกียจเดิน อิอิ

นี่ ป้ายบรรยาย คุณลักษณะของกระเจียว ไปเที่ยวๆกัน ลองอ่านพวกนี้ดูบ้าง จะมีความรู้อีกแยะ

เดินเลยขึ้นมาอีกหน่อย ตรงนี้เค้าเรียกว่า ผาสุดแผ่นดิน เคยเห็นในรูปที่คนอื่นเคยไป เหมือนมันจะยาวกว่านี้~ มองตรงนี้มานหวิวๆ แต่เดินไปถึงตรงนั้น ไม่ค่อยเท่าไหร่ อิอิ .. อันนี้มาถ่ายตอนเช้าวันถัดไป

เดินขึ้นไปตรงแถวๆปลายหิน ตรงนั้น จะเห็นวิว ของ จ.ชัยภูมิ (อ่านใน web เจอ) ด้านขวามือลิบๆโน่น ... เป็น View Panorama สวยมั่กๆ แต่ถ่ายมา ทำเป็น Pano. เอง ไมมันออกมางี้หว่า ของจริงๆกว้างพอดูเลยแระ แฮ่ๆ

ย้อนกลับลงมา เดินไปแยกทางซ้าย มีให้เลือก 2 อย่างคือ รอรถคันต่อไปมารับ ย้อนลงมาที่สะพานเข้าทุ่งดอกกระเจียว หรือ เดินมาเรื่อยๆ ก็จะมาเจอกัน แต่ทางนี้เดินๆ เหมือนเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เลาะริมเขามาเรื่อยๆ พยายามเสาะหา ตัวประหลาดที่เจออยู่ตอนหาข้อมูลตาม web ต่างๆก่อนที่จะไป... ท้ายสุด เจอจนได้ๆ~!! ขอบอก.. ใหญ่กว่านิ้วหัวแม่โป้งเท้าอีก เกิดมาเพิ่งเคยเห็นตัวขนาดนี้

ภาษาประกฤตเค้าเรียกพวกนี้ว่า Millipede, เค้าบัญญัติศัพท์คำนี้มา Pede นี่อารายมะรู้ แต่ Milli น่าจะเกี่ยวกะขา ที่เป็นล้านแน่ๆ มาดูขา กันดีกว่า อิอิ หยองชิบเป้ง

อ่ะ เจออยู่ 2 ตัวอยู่ใกล้ๆกัน นี่ตัวเล็กหน่อย... แต่ก็ไม่ไหวอ่ะ น่ากลัว

เดินมาเรื่อยๆจะเจอเป็นคล้ายๆสะพาน บังคับเดินเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ลงไป ที่ทุ่งกระเจียว... ชาวบ้านถ่ายมา สวยงาม แต่นี่อะไร 555 ปกติเช้าๆ ที่เคยเห็นในรูปเทพๆทั้งหลาย จะมีหมอก สวยงาม แถมยังว่า หมอก นี่มียัน 8 โมงเช้าอีกต่างหาก ช่วงหน้านี้นะ... เพราะบริเวณนี้ภูมิประเทศอยู่ในแอ่งเขา ตื่นมาตอนเช้า ขนลุก ลมก็แรง ซึ่งปกติเป็นคนสู้หนาวอยู่แล้ว.. อุณหภูมินี่ประมาณ 20 องศาเอง ตลอดวันไม่เกิน 26 องศา ในตอนที่ไป ช่วงหน้าหนาวนี่ สูสีเชียงใหม่ได้เลย ในระยะทางแค่ 200 กว่า กม. จากกรุงเทพ ^_^

อ่ะ post ให้ดูอะไรมาไม่รู้เยอะแยะ ขอมีอะไรเจริญหูเจริญตากันหน่อย นี่ล่ะเดินตามสะพานเรื่อยๆ จนลึกเข้าไปด้านในหน่อย จากที่ว่า หรอมแหรมในตอนแรก มีกระเจียวงอกบานเต็มไปหมด... ตามที่รู้มา คือ กระเจียวเนี่ย จะเป็นหัว แล้วทุกครั้งที่โตขึ้น หัวที่อยู่ใต้ดินเนี่ย จะแตกหน่อ ออกมา ซึ่งเรียกว่า เหง้า แล้วแต่ละเหง้าเนี่ย ก็จะแยกตัวออกไปเป็นหัวใหม่ขึ้นมาได้.. ตอนที่เรียนกัน คงเคยได้ยินกันนะว่า.. ผ่าเหง้าเนี่ย

ดอกเดียว มะกี้รู้สึกเหงา ให้ดูกันเยอะๆนิ๊ดนึง ... ตอนถ่ายรูปนี้คือ สภาพร่างกายเริ่มมะไหวแระ .. ตื่นมาฟ้าสว่าง นึกว่า 6 โมงแล้ว ทำไม นาฬิกาไม่ปลุกหว่า ดั๊น ตี 5 ครึ่งกว่าๆ ไหงมันสว่างไวงี้~ แล้วก็รีบออกมา คิดว่าไม่เป็นไร ดันหิวเกือบเป็นลม .. เคยเป็นกันมั้ย อยู่ๆก็หิวแบบ หน้ามืดวูบๆๆ

สักแปป ตั้งท่าได้ เอาใหม่... อีกสักรอบ..ดูดีกว่าเดิมนิ๊ดนึง...

เสร็จแล้ว ขอปิด ดอกกระเจียว ที่รูปนี้

จบแล้ว กลับมาที่บ้าน รอบๆบริเวณเจ้าของบ้าน ปลูกดอกไม้ต่างๆ เต็มไปหมด ผึ้งเอย แมลงภู่เอย ตรึม ตัวประหลาดเต็ม แต่ตัวนี้ มานคือตัวอะไรหว่า

สุดท้ายละ เดินไปอีกนิด ก็เจออยู่กัน 3 คู่เลย เปิดฮาเล็ม ท่วงท่าเดียว.. Doggy Style -*- ... มีใบไม้เป็นฉากกั้นห้อง..

ที่ทุ่งกระเจียวที่ป่าหินงาม นี้ ยังมีอย่างอื่นอีก เหตุที่ชื่อป่าหินงามนี้ เนื่องจาก มีหินซ้อนๆกันเป็นรูปต่างๆ อย่างเช่น หินถ้วยฟุตบอลโลก หินแม่ไก่ หินปราสาท บลาๆๆๆ อีกเต็มไปหมด แต่ไปถ่ายมาตอนเย็น แต่ละรูปดูไม่ได้เลย 555 .. นอกจากนี้ ยังมี ทุ่งดอกกระเจียวอีกที่นึง ที่ อุทยานแห่งชาติไทรทอง ทีแรกว่า ตอนเช้าตื่นมา กด GPS ดู.. งืมๆ 26 กม. แต่ทำไม วิ่งๆไป มานจะให้ไปตะลุย Off-Road อย่างเดียว 41 km. ก็พอทน เลยไปทางอื่นออกเส้น Main เค้า แล้วระยะทางมานเพิ่มขึ้นเป็น 70 km.หว่า ชักเง็ง 555 เลยยอมแพ้ ถอยทัพกลับมาที่เดิมดีกว่า.. แถวๆ ที่ไทรทองนี้ มีดอกกระเจียวสีขาว ที่เป็น Highlight เค้า แล้วก็ยังมี ผาหำหด อยู่.. เลยอยากจะลองไปดู อยากเห็นของจริงๆ อิอิ แต่งวดนี้อด.. กลัวไปแล้วกลับมาช้า โดนแม่ด่า อิอิ ... ขอบคุณครับ ที่ทนดู ทนอ่านจนจบ~ ^_^

คืนที่ออกเดินทางออกจากเชียงราย ไป เชียงใหม่ ทีแรกตั้งใจจะไปที่บ้านพักที่เชียงใหม่ อยู่ที่น้ำตกแม่กลางทางขึ้นดอยอินทนนท์ ขับผ่านตามทางไปเรื่อยๆ ก็คิดว่า มันดึกแล้วนะ คนที่เค้าดูแลบ้านให้คงหลับละมั้ง แต่ทำไงดีหว่า พอดี เหลือบไปเห็นป้าย "อ.ฝาง ->" อ๊ะ มีน้ำพุร้อนนี่หว่า แล้วก็ อ่างขางด้วย ทีแรกตัดอ่างขางทิ้งไปแล้ว เนื่องจากเวลาคงไม่พอแน่ๆ เลย อุๆ 60 กว่าโล เอาวะ... เป็น 60 กม.ที่ทารุณได้ที่เลยทีเดียว เส้นทางโหดได้ที่ เปลี่ยวและมืด โค้งมรณะตรึม แถมมี แก๊งมอไซวัยอีกต่างหาก ก็กลัวเหมือนกันนะ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอพ้นมาถึงที่ฝางได้ ก็เลี้ยวซ้ายไปทาง อ.ไชยปราการ ถามพี่ที่รู้จักกัน เค้าก็บอกว่า โอ้ย อ่างขาง.. สบาย.. ไปแม่สลองมาแล้ว แค่นี้ ชิลๆ.. พอขึ้นไป อยากจะโทรกลับไปด่า.. ไอ้ Shit .. ชิลแป๊ะเมิงเรอะ.. ทางระห่ำได้ที่ ทางชันแบบแรงๆ เป็นระยะ 2 km. งี้ โชคดีนะ เคยวิ่งไปแม่ฮ่องสอนมาแล้ว แต่ตอนกลางวัน ส่วนนี่ทางโหด มืดๆ หมอกจัดๆ เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ โค้งซ้าย ตามทางจะมีหลักบอกว่า เลี้ยวไปทางซ้ายชิมะครับ แต่ตรงนั้น เป็นมุมมองฝั่งย้อนกลับมา คือ เห็นเป็นเลี้ยวขวา เกือบไปละ เอะใจได้.. ดีครับ เพราะถ้าเลี้ยวขวาไปคงกลับสู่ตีนดอย อย่างไม่สมประกอบแน่ๆ อิอิ .. พอขึ้นมาถึงข้างบนได้ มีจุดตรวจทหารก่อน ก็ผ่านแล้วก็จอดรถแวะเข้าห้องน้ำสักนิด เดินลงจากรถปุ๊บ ค่อยโล่งใจมั่กๆ แหงนหน้ามองฟ้า ดาวระยิบระยับฟ้าใส สวยมากๆ พอดี มีคนในอุทยานเนี่ยเค้าบอกว่า ฟ้าใสๆแบบนี้ พรุ่งนี้อากาศเย็นแน่ๆ จากนั้นก็กลับขึ้นมาวิ่งต่อไปที่ จุดกางเตนท์ที่ 2 ก็เลยจอดพักที่นั่น อากาศตอนนั้นสักประมาณ 8 องศา กำลังเย็นสบายๆ ปกติจะเป็นพลพรรค นกเพนกวินอยู่แล้วอ่ะนะครับ หนาวๆจัดๆเนี่ย ชอบนัก เสื้อยืดขาสั้นตัวเดียวสบาย . จอดปุ๊บ ตี 2 กว่าละ ไปนั่งคุยกะพวกพี่ ที่ทำงานอยู่ใน อุทยานอ่ะครับ ^^ ได้สัก เกือบๆ ตี 3 ละ เลยขอตัวกลับมาหลับต่อในรถ.. ตื่นมา ตี 5 ครึ่งกว่าๆ เหมือนเดิม หน้าตาไม่ล้าง ฟันไม่แปรง อีก 1 วัน เน่าได้ที่ .. ซิ่งปรู๊ดขึ้นจุดชมวิวเลย มีคนอยู่มากมาย รอถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นล่ะครับ

แต่ละวัน อยู่บนดอย รอจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นซะหน่อย ก็ไม่เจอสักวัน ม่านหมอกบังตลอด เลยเซ็งปั๊ด ไปนั่งกินโจ๊กดีกว่า

อุ่นๆยามเช้า ก็ไม่เลวนะ~ ^^ สักพักรีบลงดีกว่า ไปต่อที่ กองพล 93 ทางผ่าน เป็นหมู่บ้านชาวเขา... หมู่บ้านนอแล ถาม Google บอกประมาณว่า เป็นฐาน อะไรกะ จีนฮ่อ นี่แระ สักอย่าง แต่ปัจจุบัน เป็นค่ายทหารอยู่ชายแดน ไทย-พม่า

เข้าไปถึงแระ ตรงนี้จะเป็นฝั่งพม่าแล้ว จะมีรั้ว ประตูไม้กั้นอยู่

เหลือบไปทางขวา.. อารายหว่า มีแต่กิ่ง.. โอ้ว... นางพญาเสือโคร่ง บานแร้น.. เป็น ซากุระพันธุ์เล็ก.. ถ้ามาสักช่วงปลายปี คงจะฟูเต็มต้นแน่ๆ เสียดายจัง ที่มางวดนี้ ก็หวังจะเจอเหมือนกันนะ ตามทางที่อ่างขางนี่ ก็มีเยอะเลย แต่เดิม เป็นต้นไม้ประจำอ่างขางได้เลยมั้ง อย่างแต่ละดอยจะมีสัญลักษณ์ประจำดอย เช่นดอยแม่สลอง ก็จะปลูกต้น Christmas ตามข้างทาง

มองไปมองมา ดอกอะไรหว่า ไม่เคยเห็น แต่น่ารักดี .. โฟกัสแทบไม่ได้เลย ใครรู้บอกทีนะ~ ^^

เห็นมะ เค้าน่าจะประกาศวันหยุดยาวให้เร็วๆกว่านี้หน่อยเนอะ ไม่งั้นนะ เลื่อนมาเที่ยวช่วงปีใหม่แทน ฟูเต็มต้นชัวร์ๆ เซ็งชิบเป้ง

ตอนกำลังจะออก พี่ๆทหารบอกว่า เนี่ย มีไร่ Strawberry ด้วยนะ แถวนี้อ่ะ เลยชี้ทางไป .. ระหว่างทาง มีหมู่บ้านไทยๆ อะไรสักอย่างที่เป็น ชุมชนคนจีน ที่อพยพมาอยู่กันอ่ะ.. แต่ไม่ได้เข้าไป จะได้คว้าสาวจีนกลับมาฝากกันสักนิด แต่ระหว่างทางไปไร่เนี่ย น้ำมันรถก็จะหมด... ลงเขาไหวมั้ยเนี่ย อิอิ แต่ไงๆก็ขอจอดนิดละกัน เห็นเนี่ย

ทางเข้าไปที่ไร่เนี่ย เป็นทางดินลูกรังแดงแจ๋เลย ทรมานทรกรรมจริงๆ สงสารรถได้ที่ อิอิ กุกๆกักๆ ท้องครืดๆบ้างเล็กน้อย แต่เข้ามา ก็โอ๋ คุณรถ ไปหน่อยนึง เข้ามาถึง ก็หายเลย.. สวยมั่กๆ แต่มีฝีมือถ่ายมาได้แค่เนี้ย

ไร่เนี่ย เป็นของชาวเขาเค้าปลูกกันนะ ของแต่ละบ้านๆ บ้านนี้ยังไม่ค่อยสุกดีนัก

เลยเดินออกมาหน่อยดีกว่ามั้ง เปลี่ยนบ้านหน่อย บางที่ ถ้าเค้าไม่ให้เข้าไปดู เค้าก็จะแปะป้ายไว้เลย ว่าห้ามเข้า แต่เดินออกมาปุ๊บ เจอแม้วติดเทอร์โบ เดินกันเร็วชิบเป้ง เด็กๆก็มี ตัวเล็กๆ แบกจอบอันเบ้อเริ่ม ไม่เข้าใจ จะแบกจอบกันทำไม ..เคยได้ยินว่า เค้าเอาจอบไปขุดๆ ไว้เบ่งเวลาปวดท้อง..

ไปเข้าไร่ของอีกบ้านนึงละ บ้านนี้ ผลแดงๆเต็มไปหมดเลย

กระท่อมปลายไร่~

โตไวๆนะลูกเอ้ย~


คู่นี้ฮามั่ก.. ตัวป้าแก ฟันดำปี๋ ตัวเด็ก ก็น้ำมูก น้ำตาไหลย้อยเป็นคราบ...

ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ที่ไร่ Strawberry เพราะบรรยากาศนี่สุดยอดจริงๆ ไงๆต้องทำเวลา ก็ออกเดินทางต่อไปที่ พระธาตุดอยอ่างขาง

เสร็จละก็ลงมาที่ สถานีเกษตรฯ อ่างขางซะหน่อย... ดอกไม้ๆๆ วันเสาร์คนเยอะชิบเป้งเรย

บรรยากาศร้านค้า ออกสไตล์คล้ายๆที่แม่สลองบ้าง.. แวะกินข้าวแถวนี้หน่อย

อิ่มละ ก็เข้าไปดูดอกไม้... ข้างในทำได้ทีจริงๆ สวยมั่กๆ ดีกว่าที่ แม่ฟ้าหลวงฯอีกแฮะ แต่ไม่ได้เก็บหลายๆมุม มาให้ดูกัน เสียดาย.. มัวแต่เพลิดเพลิน ลัลล้า อิอิ

มีแปลงอยู่ด้านนอก ด้วย ปลูกเรียงเป็นแถวเลย~ สวยงาม น่ารักมากๆ ดอกไม้หลายพันธุ์หลากสีอยู่ ปลูกเป็นแปลง

พูดยังไงดีหว่า พระยังมาชื่นชมธรรมชาติ~ :P

ข้างในนี้ยังมี The แม้ว มาวางขายของตามทางเดินอีก แต่พวกนี้ก็ฮามากๆ อยู่ข้างร้านกันเอง มีการแย่งลูกค้ากันเอง.. มีการเรียก "ร้านนี้ก็มีๆ มาๆๆๆๆ" อะไรงี้ อิอิ

เดินไปหลายที่ มาตายเอาที่ แปลงกุหลาบซะ

กุหลาบเยอะมั่กๆ มีหลายสี หลายยี่ห้อ

รู้สึกว่า ตัวเอง หน้าบานแล้วเนี่ย บางดอกนี่ บานยิ่งกว่าหน้าตัวเองอีก

ว่านอารายหว่า... ดอกสวยดี~ ^^ อยู่ในแปลงกุหลาบเหมือนกัน เป็น ว่านกุหลาบรึเปล่าหว่า?

หมดแระนะ กุหลาบๆ

ผีเสื้อกะดอกไม้

โฟกัสแว๊บวืดๆผิดที่

 จำชื่อมะด้ายแระ

อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะต้องรีบทำเวลา เดี๋ยวโปรแกรมไม่ครบ เสียดายเหมือนกัน นั่งพักจิบกาแฟเย็นๆซะหน่อย ทนอ่านอีกนิดนะ จะจบวันที่ 3 ละ~ ^^

ระหว่างทางลง เจอร้านขาย ผลไม้ เลยแวะสักนิด เพราะเห็นเจ้านี่ สูงมั่กๆ

ไม่รู้เรียกอะไรดี ตั้งชื่อ พวงตะวันละกัน

ออกจากทางอ่างขางแล้ว จุดหมายต่อไป ต้องวิ่งย้อนไปทางฝาง อีก ... น้ำพุร้อนฝาง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก

เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ ตรงหน้าทางเข้า มีที่ให้เข้าไปอาบน้ำด้วย แต่มากันแค่นี้ คงไม่ค่อยหนุก เดี๋ยวต้องทำเวลาอีก ลงจากรถปุ๊บ โดนถามปั๊บ.. ว่า ตดเรอะ? กลิ่นกำมะถันในน้ำพุร้อน ก็เป็นอย่างงี้แหละ น้องเอ้ย.. หลายปีก่อน เคยไปที่ NewZealand ที่เมืองอะไรหว่า ไปถึงตั้งแต่วันแรกเลย เจอทะเลสาบบ่อน้ำร้อนเนี่ย .. เดินๆอยู่ เหม็นตดมากๆ จะเป็นลม

บ่อน้ำร้อนเนี่ย เป็นสถานที่ที่มีน้ำร้อนจากใต้ดินเป็นน้ำที่พุ่งขึ้นมาผ่านตามช่องเปิดใต้พื้นดินที่มีโครงสร้างหลายลักษณะต่างกัน น้ำพุร้อนนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำที่ไม่มีการพุ่งขึ้นมา แต่ไหลมาขังอยู่ในแอ่งพื้นโลกเรียกว่า “บ่อน้ำร้อน” ส่วนที่มีการพุ่งขึ้นมาเรียกว่า ไกเซอร์ (Geyser) ส่วนมากมักจะพบในบริเวณที่มีหินอัคนีที่ยังมีอุณหภูมิสูงอยู่ใต้พื้นโลก ขอบคุณ Wiki นะครับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ^^

เค้ามีให้เอาไข่ไปต้มด้วยนะ ไข่ไก่ นี่สักประมาณเกือบครึ่งชม.ได้ แต่ไข่นกกระทา นี่สัก 10 นาทีก็กินได้ละ

มีบ่อหลายบ่อมั่กๆ บ่อนี้ไม่ได้เดือดปุดๆหรอก แต่มันมีดันออกมาเรื่อยๆ แต่มันไม่พุ่งขึ้นมาแรงๆ

ตัวนี้ ชอบบินอยู่ ตามน้ำพุร้อน เห็นได้ทั่วไป แต่ตลกดี เข้าใกล้มันก็บินหนีนะ แต่ก็จะวนกลับมาที่เดิมอยู่ เลยเฝ้ารอ ดึ๊บๆๆๆๆ ทีละนิดๆ จน Hood ใกล้ครอบหัวมันอยู่ละ 555 เน้นหน้าตามาให้ดูกัน ^^ เหมือนน้องหมาเลย อิอิ

อยู่ไม่นาน เพราะนี่ก็เป็นระยะทาง กว่าจะถึงตัวเมือง เลยรีบออกดีกว่า ขากลับหันกลับไปดู โอ้ว... มีอีกอัน พุ่งแรงโพดๆ ขึ้นไปเกิน 5 เมตรชัวร์ๆ แต่ยิงเป็นระยะๆ

จบวันที่ 3 แล้ว รีบกลับเข้าตัวเมืองดีกว่า ถึงตัวเมืองสัก 5 โมงเย็นนิดๆได้ รีบหาที่พัก หาอยู่นาน จนกระทั่ง 2 ทุ่มได้ เพราะเป็นวันหยุดยาว แต่ก็ไม่มีเลย ท้ายสุด เลยต้องรีบบึ่งไป บ้านอยู่ที่ น้ำตกแม่กลางซะ ไกลจากตัวเมืองไป 60 กม.ได้แน่ะ *-*